สเตนเลสแท้  สเตนเลสเทียม ตอน 4

อดิศักดิ์  แจ่มจิราศัย

วันที่  1  สิงหาคม  พ.ศ. 2559

            เสร็จจากงานราวทองเหลือง  ที่บางปะกง  ผมยังคงรับงานทั่วไปเกี่ยวกับงานเหล็ก  ราวบันไดทั่วๆไป  ยังคงใช้เหล็กแป๊บดำทาสี  เป็นส่วนมาก  เอาดีขึ้นหน่อยก็จะใช้  แป๊บหรือเรียกว่าท่อประปา  ซึ่งจะมีการชุบฮอทดิพ กัลวาไนซ์ (ชุบสังกะสี)  ทำให้มีการป้องกันสนิมได้เป็นอย่างดี 

            ในขณะเดียวกัน  ก็เริ่มมีงานเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์เข้ามา  จากการแนะนำของเพื่อน  เป็นบริษัทที่ทันสมัยมากในยุคนั้น  กล่าวคือ  มีการบริหารงาน  ในรูปแบบเป็นสากล  มีการแบ่งแยกงานเป็นแผนกๆ อย่างชัดเจน  มีโรงงานผลิต  และมีห้องโชว์สินค้า  หรือโชว์รูม  ตั้งอยู่ในซอยเอกมัย  ซึ่งแม้แต่ชื่อยังตั้งแบบสากล  คือ  โมลูล่า  สินค้าที่ทางโรงงานผลิตคือ  ห้องครัว  ที่ทำตามขนาดของตัวบ้าน  เป็นที่นิยมของกลุ่มไฮโซ  หรือกลุ่มผู้มีฐานะดีทั้งหลาย

            ผมมีส่วนร่วมก็เพียงเล็กน้อย  ในเรื่องขาโต๊ะ  ขาเก้าอี้  ซึ่งแน่นอนว่า  รับทำห้องครัวแล้ว  ก็ต้องมีโต๊ะอาหาร  เก้าอี้นั่งรับประทานอาหาร  ชุดรับแขก ฯลฯ

            ขาโต๊ะมักจะซ่อนอยู่ภายใน  ซึ่งไม่ได้โชว์หรือไว้อวดคน  ดังนั้นจึงทำเพียงเหล็กทาสี  ที่มองเห็นกันสะดุดตาคือ  ขาเก้าอี้  คุณนรินทร์  ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่  มีหัวในด้านนี้  จึงเสาะแสวงหารูปแบบสวยๆ ดูทันสมัย  บางครั้งก็ให้ฝ่ายมัณฑนศิลป์ออกแบบ  บางครั้งก็สั่งซื้อมาเพียงหนึ่งชุด  เพื่อนำมาเป็นตัวอย่าง  ขาเก้าอี้จะเป็นเหล็ก  บางครั้งเป็นเหล็กแป๊บ  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  ไม่เกินหนึ่งนิ้ว  บางครั้งจะเป็นเพลาตัน  ขนาดครึ่งนิ้ว  ดัดตามตัวอย่าง  ส่วนที่รองนั่ง  จะเป็นพลาสติก  ฉีดขึ้นรูป  ที่สำคัญคือ  ส่วนมาก  มักจะออกแบบมาให้วางซ้อนกันได้  เพื่อสะดวกในการจัดเก็บ

            การสั่งซื้อแต่ละครั้ง  ตั้งแต่หนึ่งร้อยถึงห้าร้อยตัว  ดังนั้น  ผมจึงต้องมีสถานที่ที่บ้าน  ทำเป็นโรงงานเล็กๆ  เพื่อผลิตตามใบสั่งซื้อเหล่านี้

            และเมื่อ  ดัด  เชื่อม  ตามรูปแบบเสร็จแล้ว  ต้องนำไปส่งยังโรงงานชุบโครเมียม 

            วิธีชุบโครเมียมนั้น  มีขั้นตอนดังนี้  นำชิ้นงาน  ก็คือโครงขาเก้าอี้  ไปชุบน้ำยาล้างทำความสะอาด  จากนั้นนำไปชุบที่บ่อชุบทองแดง  เพราะถ้าไม่ชุบทองแดงก่อน  โครเมียมก็จะไม่ติด  เมื่อชุบทองแดงแล้ว  จึงนำไปชุบที่บ่อโครเมียม  ส่วนจะชุบให้หนาหรือบางนั้น  ก็เพียงแช่ไว้นาน  โครเมียมก็จะเกาะหนา  โอกาสจะหลุดลอกเป็นสนิม  ก็เป็นไปได้ยาก  เรียกว่าชุบกี่ไมครอน  ยิ่งหนามากก็ยิ่งทน  จากนั้นนำมาขัดด้วยลูกผ้า  ใส่ยาขัด  ขาเก้าอี้ที่ว่านี้ก็จะเงาขาวสวย  หากนำมาวางเทียบกันกับแป๊บสเตนเลส  ในปัจจุบัน  ก็จะดูคล้ายๆ หรือเหมือนๆ กัน  และหากว่า  เรานำก้อนแม่เหล็กมาทาบเข้ากับ  แป๊บหรือขาเก้าอี้ชุบโครเมียม  แม่เหล็กก็จะดูดติดแน่นอน  เพราะแป๊บทั้งเส้นเป็นส่วนผสมของเหล็กร้อยเปอร์เซ็น  มีเพียงผิวภายนอกไม่กี่ไมครอนเท่านั้น  ที่เป็นโครเมียมห่อหุ้มอยู่

            ดังตัวอย่างภาพถ่าย  เก้าอี้  ตัวโครงมองดูผิวเผิน  ก็จะเหมาเอาว่า  เป็นสเตนเลส  แต่เมื่อย้อนหลังไปในยุคนั้น  แม้แต่ทางยุโรปก็ยังคงใช้แป๊บชุบโครเมียม  ต้นแบบเก้าอี้ตัวที่เห็นในภาพนั้น  สั่งมาจากประเทศเยอรมนี  ที่นั่งและพนักพิงทำจากหนังวัวแท้  มันจึงอยู่คงทนมาหลายสิบปี  เก้าอี้ตัวนี้  ราคาในขณะนั้น  จำได้ว่าเจ็ดถึงแปดหมื่นบาท  ซึ่งรวมภาษีนำเข้าที่ค่อนข้างสูง  จากภาพที่หนึ่ง  มาภาพที่สอง  เมื่อนำแม่เหล็กมาทาบเข้าไป  ดูดติดหมัดเลย

           

 

 

           

            อีกหนึ่งตัวอย่าง  ซึ่งปัจจุบันเริ่ม  ไม่ค่อยได้พบเห็นแล้วตามท้องถนน  แต่ย้อนหลังสี่สิบปีขึ้นไป  รถเก๋งระดับกลางถึงล่าง  กันชนทั้งหน้าและหลัง  ล้วนแล้วแต่ทำด้วยเหล็กชุบโครเมียม  ด้วยกันทั้งสิ้น  เมื่อเกิดอุบัติเหตุ  ช่างตามอู่รถเคาะพ่นสี  ก็จะถอดกันชนออกมา  เอาไฟเป่าให้แดง  แล้วบรรจงเคาะ  ให้คืนสภาพเดิม  จากนั้นก็นำส่ง  โรงชุบโครเมียม  ซึ่งต่างจากสมัยนี้  กันชนหน้าหลัง  ทำด้วยไฟเบอร์  เมื่อรถชนกันที  กันชนก็แตกละเอียด  แต่ถ้าอาการเบาๆ ก็ยังส่งซ่อมได้เช่นกัน  จะเห็นได้ว่า  กันชนรุ่นเก่า  มีความแข็งแรง  ช่วยให้คนขับเพียงบาดเจ็บ  ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต  เพราะกันชนมีความแข็งแรง  ช่วยเอาไว้

 

 

 

 

 

 

            จากภาพและตัวอย่าง  ที่ท่านได้อ่านและเห็นภาพไปแล้วนั้น  จึงพอสรุปได้ว่า  ทั้งสองตัวอย่าง  เป็นสเตนเลสเทียม  โดยเฉพาะขาเก้าอี้  จะเห็นได้ชัดเจนที่สุด  ถ้าตั้งอยู่ในโชว์รูม  ยังใหม่ๆอยู่  พวกเราก็คงจะเข้าใจเหมือนกันทุกคนว่า  เป็นสเตนเลส  แต่ไม่ใช่เป็นเพียงเหล็ก  แล้วนำไปชุบโครเมียมเท่านั้นเอง  ก็คงเหมือนกับเครื่องประดับ  ที่คุณสุภาพสตรีชอบ  เช่น  สร้อยคอ  แหวน  กำไลมือ  ไปซื้อที่ตลาดนัด  ราคาถูกๆ เพียงแต่มองดู  ก็คิดว่าคนๆนี้  มีฐานะดี  แต่ที่ไหนได้  ทองเก๊ทั้งตัว  ซึ่งก็เป็นความชอบส่วนบุคคล  ไม่ว่ากัน

            งานรับจ้าง  ทำขาเก้าอี้  ผ่านไปได้ปีเศษ  ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นโดยที่  ผมไม่อาจปัดความรับผิดชอบไปได้  คือเมื่อขาเก้าอี้ส่งไปแล้ว  เก็บเงินไปแล้ว  บางตัวอยู่ที่บ้านผู้ซื้อ  ที่เลวร้ายที่สุดคือทางโมดูล่า  ยังไม่ได้ขายออกไปเลย  ขาเก้าอี้  ก็เกิดคราบสนิมแดง  ปัญหานี้  สร้างความเสียหายมาก  เพราะขาเหล็กนำไปชุบโครเมียม  คุณภาพการชุบ  ไม่สามารถรักษา  ให้ได้มาตรฐานเท่าๆกัน  บางตัวอาจจะล้างไม่สะอาด  หรือชุบทองแดงไม่ดี  ชุบโครเมียมบางเกินไป  แต่เหตุทั้งหมดล้วนแล้วแต่  ทำให้ขาเก้าอี้ที่เกิดปัญหา  ต้องนำกลับมาแก้ไข  นำมาขัดใหม่อีกรอบ  และส่งโรงชุบอีกครั้ง  เรียกว่า  ไม่แล้วไม่เลิก  หรืองานไม่จบก็ได้  ซึ่งแทนที่จะพอมีกำไร  ก็กลายเป็นไม่มี  และขาดทุนในที่สุด

            ทางออกหรือทางแก้ปัญหายังพอมี  คือ  ต้องตั้งโรงงานชุบขึ้นมาเอง  เพื่อที่จะควบคุมคุณภาพให้ได้ตามที่เราต้องการ  แต่การตั้งโรงชุบ  มีปัญหามากมาย  โดยเฉพาะปัญหาด้านมลภาวะ  ถึงแม้ว่าสมัยนั้น  รัฐบาลไม่ได้เข้มงวด  เรื่องสิ่งแวดล้อม  หรือมลภาวะมากนัก  ก็โรงชุบที่ผมส่งงานไปชุบนั้น  ก็เป็นเพียงโรงงานห้องแถว  น้ำกรด  น้ำเสีย  จะไปทิ้งที่ไหน  ก็ท่อระบายน้ำนั่นเอง  ชาวบ้านจะได้รับผลกระทบอย่างไร  เป็นเรื่องของอนาคต  เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้น  ในทันทีทันใด

            เมื่อแก้ปัญหาชุบไม่ได้  งานทำขาเก้าอี้  ที่ทำด้วยสเตนเลสเทียม  แม่เหล็กดูดติด  ก็ต้องยอมถอย  ไม่รับงานสเตนเลสเทียมอีกต่อไป  ที่ผ่านมา  ก็ได้ประสบการณ์จริง  ได้เรียนรู้  และแยกแยะ  อธิบายได้ว่า  สเตนเลสเทียมคืออะไร