สเตนเลสแท้  สเตนเลสเทียม ตอน 3

อดิศักดิ์  แจ่มจิราศัย

                  วันที่  25  กรกฎาคม  พ.ศ. 2559

            วันรุ่งขึ้น  ผมจึงเดินทางไปแถววัดดวงแขอีกครั้งหนึ่ง  กลับไปร้านเก่าที่มาเมื่อหลายวันก่อน  เดินผ่านหน้าร้าน  ผ่านไปผ่านมาอยู่หลายรอบ  สังเกตเห็นชายหนุ่ม  สวมเสื้อแขนยาวลายพราง  ดูท่วงท่าขะมักเขม้น  เป็นที่หมายตาเอาไว้  รอให้เลิกงานห้าโมงเย็นก่อน  จะคอยดักรออยู่หน้าปากซอย

            บ่ายวันนี้  รู้สึกว่าอากาศร้อนเป็นพิเศษ  อาจเป็นเพราะว่า  เดินไปเดินมาจนเริ่มรู้สึกเหนื่อย  และกระหายน้ำ  แวะเข้าร้านกาแฟหน้าปากซอย  ซดโอเลี้ยงเย็นๆ สักแก้ว  แถมยังได้พักเท้า  คว้าหนังสือพิมพ์รายวัน  ฉบับยอดนิยมไทยรัฐ  มานั่งอ่านฆ่าเวลา  เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว  เงาเสาไฟฟ้าทอดยาวไปตามถนน  แสดงว่าเกือบได้เวลาแล้ว  เหลียวมองนาฬิกาภายในร้านกาแฟ  มันมีแขวนอยู่ที่ผนัง  แต่มันหยุดไม่ไหวติง  ตอนเที่ยงสี่สิบ  อาจเป็นเพราะมันเก่ามาก  จึงขาดการเหลียวแล  จากเจ้าของร้าน  มองดูข้อมือตัวเองทั้งสองข้าง  ก็ว่างเปล่า  ก็มันหนีเจ้าของไปพักร้อนอยู่ในโรงจำนำ  มากว่าเดือนแล้ว  วันดีคืนดี  คงต้องไปถ่ายถอนออกมา

            คงจะได้เวลาเสียที  นั่งเสียนาน  เดินกลับเข้าไปในซอยอีกครั้ง  โธ่เอ๊ย  คนงานเลิกงานหมดแล้ว  และช่างที่เราหมายตาไว้  เดินกลับออกอีกด้านหนึ่งของซอย  วันนี้  ก็คงสูญเปล่าไปหนึ่งวัน  ไม่เป็นไร  พรุ่งนี้บ่ายๆ  ต้องมาเฝ้าให้ดี

            เกิดคำถามอยู่ในใจว่า  แล้วถ้าเจอตัวแล้ว  ชักชวนแล้ว  ช่างเขาไม่มาช่วยละ  จะทำไงดี  จะมีวิธีพูด  หรือทำยังไงก็ได้  ที่จะให้ช่างมาช่วย  งานนี้ให้สำเร็จ  คิดหนักเลย  ตลอดทางที่นั่งรถกลับ  คิดวนเวียนแต่ปัญหานี้  และคำพูดประโยคหนึ่ง  จากหนังสือจีน  จะเป็นในสามก๊กหรือ  หนังสือกำลังภายใน  ที่แต่ก่อนชอบอ่านเป็นนักหนา  คำพูดประโยคนั้น  ได้ผุดเข้ามาในสมอง

            แปลเป็นภาษาไทย  ได้ความว่า  ภายใต้รางวัลอันถูกใจ  ย่อมมีขุนพลผู้กล้า  ความหมายคือ  ถ้าเสนอเงินรางวัลให้มากๆ  ย่อมจะมีผู้ขันอาสา  หรือรับงานที่ว่ายากแสนยากไป  หรืออย่างในภาพยนตร์เรื่อง  เดอะ ก็อดฟาเธอร์  มีคำพูดประโยคหนึ่ง  ผมจะให้เงื่อนไขที่คุณปฏิเสธไม่ได้  เมื่อได้ความคิดนี้แล้ว  ก็เพียงแต่รอว่า  พรุ่งนี้  ขอให้มีโอกาสเจอตัว  ได้คุยกันตามลำพัง  ก็จะใช้แผนนี้  ทำให้คืนนั้น  นอนหลับอย่างเป็นสุข

            บ่ายวันรุ่งขึ้น  เดินทางกลับไปที่เก่า  ช่างคนเดิม  ยังคงใส่เสื้อตัวเดิม  ซึ่งเป็นเรื่องปกติของช่าง  ชุดทำงานมักจะใส่กันหลายๆวัน  ครั้งนี้  ต้องไม่พลาด  ไปร้านกาแฟ  กินเสียให้เสร็จเรียบร้อย  เดินเข้าไปที่ลานวัด  เข้าห้องน้ำให้เสร็จ  แล้วกลับมานั่งๆยืนๆบริเวณ  ศาลาวัด  ซึ่งมองเห็นหน้าร้านได้อย่างถนัด

            เวลาค่อยๆ ผ่านไป  เลิกงานแล้ว  คนงานเริ่มเก็บเครื่องมือ  ผมรีบเดินมารออยู่  ใต้ซุ้มประตูวัด  คิดในใจว่า  วันนี้ต้องไม่พลาด  พอช่างเป้าหมาย  เดินออกมาจากร้าน  ผมก็ขยับตัวเดินตาม  แต่เขามีเพื่อนเดินมาด้วยอีกหนึ่งคน  ผมก็ยังเดินตามไปห่างๆ  จนออกหน้าปากซอย  เพื่อนร่วมงานอีกคนก็แยกทางไป  โอกาสเป็นของผมแล้ว  ไม่รอช้า  ผมเข้าไปทักทันที  ขอโทษครับ  ผมเอ่ยอย่างสุภาพ  คุณเป็นช่าง  ที่ร้านจิ่วกี่  ใช่ไหมครับ  เขาไม่ตอบ  ได้แต่พยักหน้า  ผมรีบพูดต่อว่า  ผมมีธุระจะคุยด้วย  พอจะมีเวลา  แวะคุยกันที่ร้านกาแฟแถวๆ นี้ไหมครับ  เขารับคำ  พร้อมกับชี้มือไป  ทางร้านค้าห่างออกไปไม่ไกลนัก  ที่นั่นเป็นร้านกาแฟ  เราต่างนั่งลง  และสั่งโอเลี้ยงมาดื่มคนละแก้ว  ระหว่างรอ  ผมสังเกตดูช่างคนนี้  อายุประมาณยี่สิบเศษ  หน้าตาดีทีเดียว  ผมเริ่มแนะนำตัวเอง  และถามถึงชื่อเขา  เขาชื่อป๊อก  ทำงานเชื่อมมาห้าหกปีแล้ว  ผมจึงเท้าความถึง  เมื่อหลายวันก่อน  ได้มาติดต่อทางร้าน  ให้ไปช่วยเชื่อมทองเหลือง  ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธกลับไป  แต่ผมมีความจำเป็นมาก  ที่จะต้องให้งานนี้แล้วเสร็จ  อยากให้ช่างป๊อกไปช่วย  ทีแรกช่างป๊อกก็ปฏิเสธ  โดยอ้างว่า  หยุดงานไม่ได้  ผมจึงเสนอว่า  ให้มาช่วยทำเฉพาะวันอาทิตย์  โดยทางผมจะมารับและส่ง  ดูแลอาหารการกินทั้งสามมื้อ  พร้อมทั้งเสนอค่าแรง  ให้วันละห้าร้อยบาท  ซึ่งค่าแรงในสมัยนั้น  เป็นช่างก็ได้เพียงร้อยถึงร้อยบาทเศษเท่านั้น  สุดท้าย  ช่างป๊อกก็ตกลง  โดยนัดหมายกัน  ในวันอาทิตย์ที่จะถึง  แต่งานเชื่อมนั้นมากโขอยู่  ต้องใช้เวลาหลายวัน  ประจวบเหมาะกับ  วันอาทิตย์ต่อมา  มีวันหยุดยาว  ผมจึงได้ขอร้องให้ช่างป๊อกช่วยทำอย่างต่อเนื่อง  และเมื่องานเสร็จ  ผมยังได้ให้เงินรางวัลพิเศษ  นอกเหนือจากค่าแรงตามที่ตกลงอีกด้วย  เมื่อเสร็จงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางปะกง  ผมจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับช่างป๊อก  และไม่ได้ทำผิดจรรยา  ไปดึงคนงานคนอื่นแต่อย่างใด

            เสร็จจากงานบางปะกง  อย่างทุลักทุเล  ขาดทุนค่าลงทุนเครื่องมือ  แต่ได้กำไรประสบการณ์มากมาย  ตู้เชื่อมยังเก็บไว้ใช้ได้ในงานข้างหน้า  และงานราวทองเหลืองงานนั้น  ก็เป็นเพียงงานเดียว  ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต  หลังจากนั้น  ก็ไม่เคยมีมาอีกเลย  แต่กลับเป็นราวสเตนเลส  ที่เริ่มเข้ามา  และเข้ามาอย่างต่อเนื่อง  อาจเป็นเพราะราวทองเหลือง  รักษายาก  ต้องบำรุงเช็ดถูทุกวัน  เคยไปสิงคโปร์  โรงแรมที่พัก  ทำราวทองเหลือง  ถามเพื่อนชาวสิงคโปร์ว่า  ทางโรงแรม  บำรุงรักษากันอย่างไร  ได้รับคำตอบว่า  มีสองทีม  ทีมหนึ่งเริ่มจากต้น  ทีมหนึ่งเริ่มจากท้าย  แล้วมาบรรจบกันวันรุ่งขึ้น  ก็มาเช็ดถูกันใหม่  ไม่จบไม่สิ้น  งานทองเหลืองจะให้สวย  ต้องมั่นขัดถู  ไม่เช่นนั้น  ก็จะขึ้นสนิมเขียว  ไม่รวยจริงๆอย่าได้ใช้เลย  ไม่ขอแนะนำ