สเตนเลสแท้  สเตนเลสเทียม ตอน 2

อดิศักดิ์  แจ่มจิราศัย

         วันที่  25  กรกฎาคม  พ.ศ. 2559

            และแล้ว  ก็ถึงเวลาที่จะต้อง  ลงมือทำงานราวบันได  ราวกันตก  ทองเหลือง  ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางปะกง  เมื่อสถานที่พร้อม  ซึ่งเป็นไปตามกำหนดเป้าหมาย  การประกอบติดตั้งผ่านไปด้วยดี  ประกอบเป็นรูปร่าง  ได้ดิ่งได้ฉากดี  ถึงเวลาที่จะต้องเชื่อมรอบ  จึงได้รับรู้ถึงปัญหา  จากเดิมที่คิดไว้  เนื่องจากที่เคยเห็น  ร้านรับเชื่อม  ที่รับเชื่อมงานเหล็ก  ทองเหลือง  อลูมิเนียม  จะมีหัวเชื่อมโดย  ใช้แก๊สพ่นไฟออกมาตรงจุดที่ต้องการเชื่อม  แล้วนำลวดหยอด  ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะเชื่อมอะไร  เช่นทองเหลือง  ก็นำลวดทองเหลือง  ใหญ่ประมาณสองมิล  มาหยอดตรงแผลเชื่อม  เพื่อเป็นการประสาน  ความที่ขาดประสบการณ์  ทีมงานทุกคน  ลองแล้วลองอีกก็เชื่อมไม่สำเร็จ  เป็นตามด  ตะปุ่มตะป่ำ  หาความสวยงามสักนิดไม่ได้เลย  จนต้องสั่งคนงานให้หยุดเชื่อมไว้ก่อน  มันช่างแตกต่างจากงานเหล็กโดยสิ้นเชิง  การทำงานเหล็กนั้น  มีคำพูดขำๆ อยู่คำหนึ่ง  ยาวตัด  สั้นต่อ  ไม่พอซื้อ  การเข้าปากหรือเชื่อมชิ้นงานสองชิ้นให้ติดกันนั้น  ต่อให้เหล็กทั้งสองชิ้นมีระยะห่างกัน  ประมาณนิ้วชี้  ช่างเชื่อมยังมีปัญญา  เชื่อมให้ติดกันได้  โดยหาเศษเหล็ก  มายัดใส่กลางร่อง  แล้วเชื่อมสองตะเข็บ  จากนั้นทับหน้าอีกครั้งหนึ่ง  เจียรหรือขัดให้เรียบเป็นอันใช้ได้  แต่งานทองเหลืองงานนี้  หนักหนาสาหัสยิ่งนัก  จึงต้องหยุดงานเชื่อมไปทำงานอื่นๆไปพลางๆก่อน

            เวลาล่วงเลย  ผ่านไปหลายวัน  จึงฉุกคิดได้ว่า  เคยเห็นผ่านตา  มีอยู่ร้านหนึ่ง  ที่ทำงานเชื่อมเกี่ยวกับทองเหลือง  ชิ้นงานเป็นเฟอร์นิเจอร์  เช่น  โต๊ะรับแขก  ร้านตั้งอยู่แถวๆวัดดวงแข  รองเมือง  จะลองไปติดต่อ  ให้ทางร้านนี้  มาสานต่อ  คือส่งช่างมาเชื่อมให้เสร็จๆไป

            วันรุ่งขึ้น  จึงได้เดินทางไปเสาะหา  ซึ่งก็หาพบได้โดยไม่ยากเย็นอย่างไร  ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามวัดพอดี  ร้านนี้เป็นตึกแถวหน้ากว้างสองห้อง  เห็นมีช่างอยู่หลายคน  แสงไฟจากการอ๊อกสว่างวาบเข้าตาเป็นระยะๆ  ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน  ยืนเก้ๆกังๆอยู่พักใหญ่  ไม่มีใครหันมาให้ความสนใจ  หรือสอบถามว่า  มีธุระอะไร  พบใคร  ต่างคนต่างก็ก้มหน้าก้มตา  ทำงานของตนโดยไม่สนใจแขกผู้มาเยือนเลย

            สุดท้ายต้องตัดสินใจ  มองหาคนที่ดูมีอายุมากกว่าคนอื่นๆ  เอ่ยปากถามขึ้นว่า  ขอโทษครับ  ผมมาขอพบเถ้าแก่ครับ   คนที่ผมทักทายด้วย  ต่อมาภายหลัง  จึงทราบว่า  เขาชื่อหยี  คงเป็นลูกคนที่สอง  ในภาษาแต้จิ๋ว  และเป็นน้องชายเถ้าแก่ร้านนี้  เถ้าแก่ไม่อยู่   เฮียหยีตอบ  โดยไม่ได้ละมือจากการเชื่อม  ผมต้องชวนสนทนาต่อไป  บอกตัวเองว่า  ต้องอดทน  เรามาขอความช่วยเหลือ  เขาจะช่วยหรือไม่  ยังไม่รู้เลย  ใจเย็นเข้าไว้  แล้วเถ้าแก่จะกลับเมื่อไหร่ครับ   ไม่รู้  นายหยีตอบอย่างเสียไม่ได้  เอาไงดี  คนในร้านไม่เปิดโอกาสให้พูด  ให้เสนออะไรได้เลย  ผมหันรีหันขวางอยู่พักใหญ่  บริเวณร้านก็มิได้ใหญ่โตนัก  แสงไฟอ๊อก  เดี๋ยววาบๆ  จนเริ่มแสบตา

            ตัดสินใจพูดกับเฮียหยีใหม่  ผมมีงานราวทองเหลืองอยากให้ไปช่วยทำ   คำตอบคือ เงียบ  ไม่หือไม่อือ  จนผมต้องพูดทวนอีกครั้งว่า  ผมมีงานราวทองเหลืองอยากให้ไปช่วยทำ   คราวนี้ดีหน่อย  ไม่ว่าง  งานเยอะ   เมื่อคู่สนทนายอมปริปากแล้ว  ต้องรีบพูดต่อเลย  เดี๋ยวพวกเงียบอีก  ผมประกอบไว้แล้วละ  แค่ส่งช่างไปเชื่อม  คงใช้เวลาไม่กี่วัน  คราวนี้ดีขึ้น  ร้านเราไม่รับทำค่าแรง  ผมนี้คิดหนักเลย  ก็เราประกอบติดตั้งไว้แล้วนี่หว่า  เอาไงดี  คำถามนี้  วนเวียนอยู่ในสมอง  เอาไงดี  คงต้องยอมขาดทุน  จึงเสนอไปว่า  ให้เฮียเหมาก็ได้ครับ  ช่วยหน่อยนะครับ  ผมนะเดือดร้อนจริงๆ   และแล้วดูเหมือนจะมีความหวังขึ้น  เมื่อดฮียหยีถามว่า  งานอยู่ที่ไหน   ผมรีบตอบโดยมิชักช้าว่า  บางปะกงครับ   โอ๊ย  ไม่ไปหรอกไกล   ความหวังเลือนหาย  ไปกับคำพูดประโยคสุดท้าย  ก็ในสมัยนั้น  การเดินทางมิได้สะดวกเหมือนทุกวันนี้  ถนนหนทางก็ไม่ดี  กว่าจะถึงบางปะกง  ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมง  ถึงแม้สมัยนั้น  รถยนต์ไม่ได้หนาแน่นเช่นในปัจจุบัน

            ผมยังไม่ละความพยายาม  โดยถือภาษิตที่ว่า  ตื้อเท่านั้น  ที่จะครองโลก   เฮียครับ  นึกว่าช่วยเหลือกันนะครับ  ถ้าเฮียไม่ช่วย  ผมเจ๊งแน่ๆเลยครับ   เงียบเช่นเคย  แสงไฟอ๊อกยังคงวาบเป็นระยะต่อไป  สลับกับทุบ  เสียงเคาะเป็นระยะๆ จนผมต้องถอยมายืนที่หน้าร้าน  นึกถึงเรื่อง  สามก๊ก   เล่าปี่  ไปเชิญขงเบ้ง  ให้มาช่วยรบยังต้องไปตั้งสามครั้งสามครา  ขงเบ้งจึงยอมให้พบ

            ยืนรีๆรอไป  สายตาก็สอดส่ายไปทั่ว  ดูคนทำงานอย่างไม่มีจุดหมาย  สิ่งหนึ่งที่สะดุดสายตาคือ  ตู้เชื่อมขนาดใหญ่  อ่านได้ความว่า  มิลเลอร์  เป็นตู้สีฟ้า  ช่างทั้งร้านล้วนแต่ใช้ตู้เชื่อมชนิดนี้เชื่อมทั้งสิ้น  เห็นทีจะได้การละ  เราก็กลับไปหาซื้อตู้เชื่อมแบบเดียวกันนี้  เอามาเชื่อม  ก็คงไม่มีปัญหาอะไรอีก

            กระหยิ่มยิ้มย่องว่า  ถึงจะมาว่าจ้างไม่สำเร็จ  แต่ก็มีทางออก  ผมกลับมาโดย  ไม่ได้ร่ำลากับเฮียหยี  คงปล่อยให้เขาทำงานของเขาต่อไป

            โดยมิรอช้า  วันรุ่งขึ้น  หาสมุดหน้าเหลืองมาเปิดค้นหา  เครื่องเชื่อมยี่ห้อ  มิลเลอร์  ปรากฏว่า  บริษัท  พาราวินเซอร์  เป็นตัวแทนจำหน่าย  ตัดสินใจตรงดิ่งไปหาถึงบริษัท  ซึ่งอยู่แถวถนนพระรามสี่  เมื่อแจ้งความประสงค์  ต่อผู้ขายหรือเซลล์แมนแล้ว  ฟังราคาแล้วตกใจ  ราคารวมทุกอย่าง  เรียกว่าพร้อมใช้  ชุดละห้าหมื่นกว่าบาท  ถามตัวเองว่า  เอาไงดี  ค่างานเพียงสองหมื่นกว่าบาท  ลงทุนตู้เชื่อมห้าหมื่นกว่า  ถ้าไม่ซื้อ  งานก็ไม่เสร็จ  ถ้าซื้องานก็พอมีหวังสำเร็จ  ส่วนตู้เชื่อม  ก็ยังเก็บไว้ใช้ในงานอื่นต่อๆไปได้

            ตัดสินใจสั่งซื้อ  ปัญหายังไม่จบ  อย่างที่ทราบกันในหมู่ช่างสเตนเลสในปัจจุบัน  ว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด  มันต้องผ่านการฝึก  การตั้งไฟตู้เชื่อม  แต่ตู้เชื่อมในปัจจุบัน  ราคาถูกลงมาก  เพราะจีนผลิตแล้วส่งขาย  ทำตู้เล็กลง  ทำให้เคลื่อนย้ายง่าย  สะดวกสบายขึ้น  แต่ก็ไม่ทน  เสียบ่อยมาก

            เหมือนซื้อรถยนต์มาใหม่  ไม่ใช่ว่าสตาร์ทรถได้  ก็จะขับออกถนนได้เลย  มันต้องผ่านการฝึกเหมือนกัน  ตู้เชื่อมได้มาแล้ว  จนแล้วจนรอด  ทำยังไงก็เชื่อมไม่ได้  แสงไฟเชื่อมแรงสูงมาก  ทำเอาผิวหนังลอกเป็นแผ่น  หนักกว่าไปตากแดดแล้วไหม้เกรียม  ผลัดเปลี่ยนเวียนกันลองจนครบถ้วน  ทุกตัวคนแล้ว  ก็ยังไม่สำเร็จ  จนผู้รับเหมา  คือคุณสิทธิชัย  โทรเรียกให้ไปพบที่บริษัท  สอบถามถึงความคืบหน้า  ผมตอบกลับไปอย่างมั่นใจว่า  ทำได้แน่นอน  เพิ่งซื้อตู้เชื่อมมาใหม่  คุณสิทธิชัยถามว่า  ราคาเท่าไร  ผมตอบไปตามจริง  ห้าหมื่นกว่าบาท  คุณสิทธิชัย  โวยเสียงดังว่า  ลื้อรับงานสองหมื่นกว่าบาท  แต่ลื้อซื้อตู้เชื่อมไปห้าหมื่นกว่า  เสร็จงานนี้  ลื้อก็เก๋าเจ๊ง   ผมยังจำคำพูดนี้  จวบจนปัจจุบัน  (เก๋าเจ๊ง  เป็นภาษาแต้จิ๋ว  แปลว่า  ชาติหมา)  ผมบอกตัวเองว่า  ทำไงได้  ผมก็พยายามแล้ว  ซึ่งผมไม่กล้าบอกต่อว่า  ซื้อตู้เชื่อมมาแล้ว  ยังเชื่อมไม่เป็นเลย  คงจะโดนหนักกว่านี้  กลับไปบริษัท พาราวินเซอร์  ให้ส่งคนมาสอน  ก็ไม่ได้  บอกให้ไปดูคู่มือเอา  เซลล์เองก็เชื่อมไม่เป็น

            คิดหาหนทางไปพร้อมๆกับการทดลองเชื่อม  อยู่อีกสองสามวัน  เห็นท่าจะไม่ได้การเป็นแน่  คงต้องหาคนที่เชื่อมเป็นมาทำ  ดูจะเป็นทางออกเพียงหนทางเดียว  ปัญหาอยู่ที่ว่า  แล้วจะไปหาที่ไหนละ  ในปัจจุบันนี้  ร้านรับจ้างทำสเตนเลส  ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า  ช่างเชื่อมหายากมาก  พอหัดให้ทำเป็น  ต่างก็ออกไปตั้งร้านเอง  แล้วกลับมาแข่งรับงานกับเถ้าแก่  แข่งกันตัดราคา  จนราคาที่เคยมีกำไรก็ลดน้อยลงไปเรื่อย  บางครั้งทำจนขาดทุน

            ในยุคก่อน  ยิ่งไม่ต้องพูดถึง  จะหาช่างได้จากไหน  คิดแล้วคิดอีก  คิดจนนอนไม่หลับ  ยามหลับก็เก็บเอาเรื่องนี้ไปฝัน  แต่หลายๆเรื่องในโลกนี้  ที่ว่ายากเย็นแสนเข็น  ก็ไม่พ้นความพยายามของคนไปได้

            และแล้ว  ก็คิดขึ้นได้ว่า  ถ้าเราต้องการจับปลา  โดยไม่ต้องซื้อเราก็ต้องไป  ห้วย  หนอง  คลอง  บึง  จึงจะได้  ป่วยการที่จะปีนขึ้นบนเขา  คงไม่มีปลาให้จับแน่ๆ