การเคลื่อนย้ายเงินทุน  ตอน 1

(CAPITAL  TRANSFER)

อดิศักดิ์  แจ่มจิราศัย

ณ วันที่  14  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558

          การเคลื่อนย้ายเงินทุน  คือการไหลของเงิน  จากประเทศผู้มีกำลังซื้อหรือ  ผู้นำเข้าสินค้า  เช่น  สหรัฐอเมริกา  ไปสู่ประเทศผู้ส่งออกสินค้า และประเทศที่กำลังพัฒนา  ประเทศที่มีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจดี  มีความเสี่ยงต่ำ  เช่น  จีน  อินเดีย  เกาหลี  และกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ  AEC  ซึ่งก็รวมถึงไทยนั่นเอง  ประเทศเหล่านี้  จะดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ  โดยเฉพาะจีน  ที่มีการเกินดุลการค้า  และเงินทุนไหลเข้าอย่างมากมายมหาศาลและอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

          นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 สหรัฐอเมริกาเริ่มใช้มาตรการ QE "มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ"  เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  มาตรการ  QE  คือการอัดฉีดเม็ดเงิน  ปริมาณมหาศาล  เข้าสู่ระบบการเงิน  ภายในประเทศของตน

          ซึ่งในโลกนี้  มีเพียงประเทศเดียวในโลก  ที่มีความพิเศษกว่าทุกประเทศในโลก  กล่าวคือ  การพิมพ์ธนบัตร  หรือว่าพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบ  หรือพิมพ์มาใช้  โดยที่ไม่ต้องมีเงินทุนสำรอง  หรือทองคำสำรอง  ดังนั้น  สหรัฐก็จะพิมพ์เงินออกมาใช้ได้  มากเท่าไรก็ได้  ตามความต้องการของธนาคารกลางหรือ  เรียกย่อๆว่า  FED

          ปัจจุบัน  จีนเป็นผู้ถือครอง  เงินเหรียญสหรัฐ  มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก  ซึ่งคิดเล่นๆว่าหากสักวันหนึ่ง  สหรัฐออกมาประกาศลดค่าเงินของตน  จีนต้องได้รับความเสียหายมากที่สุด  รวมทั้งไทย  และแทบทุกประเทศในโลก  ซึ่งผมยังเชื่อในคำพูดที่ว่า  " NOTHING  IMPOSSIBLE " (ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้)

          จากมาตรการ  QE  ของสหรัฐ  ส่งผลให้ค่าเงินบาทของไทย  ปรับตัวเปลี่ยนแปลงไป  โดยช่วงปี พ.ศ. 2552  อัตราแลกเปลี่อนจาก  36 บาท ต่อ 1 เหรียญสหรัฐ  ได้แข็งค่าขึ้นเป็น  29-30 บาท  ต่อเหรียญสหรัฐ  ซึ่งช่วงที่ว่า  มีผลกระทบต่อผู้ส่งออกของไทยเป็นอย่างมาก  เพราะเราส่งออกรับเงินเหรียญ  เมื่อแปลงเป็นเงินบาท  เราได้น้อยลงทันที