การเคลื่อนย้ายเงินทุน ตอน 2

(CAPITAL  TRANSFER)

 

อดิศักดิ์  แจ่มจิราศัย

ณ วันที่  16  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2558

ใน เหตุการณ์เดียวกัน หรือเรื่องเดียวกัน ก็มักจะมีทั้งผู้ได้ และผู้เสีย ในเหตุการณ์นี้ ผู้ส่งออกเป็นผู้เสีย แต่ผู้นำเข้าได้ จะกล่าวถึงเฉพาะผู้นำเข้าสเตนเลสเท่านั้น ผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าสเตนเลส ไม่ว่าจะซื้อจากประเทศใด ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี จีน ต่างก็ตกลงกันเป็นเงินเหรียญสหรัฐด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อหนึ่งเหรียญจ่ายเป็นเงินบาท น้อยลงไปสามถึงสี่บาท ราคาต่อตันก็จะถูกลงไปหกเจ็ดพันบาท เฉลี่ยกิโลกรัมละ 6-7 บาท

            จากที่กล่าวมา ทำให้เห็นได้ว่า นี่คือสาเหตุหนึ่ง ที่สเตนเลสลดลง มีผลกระทบมาจากอัตราแลกเปลี่ยนนั่นเอง

            กลางปี 2556 เงินทุนเริ่มไหลออกจากประเทศไทย จากการที่เคยไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเรียกย่อๆว่า FED ออกมาส่งสัญญาณว่า จะเริ่มลดขนาดของมาตรการ QE หรืออาจจะถึงขั้นยุติการใช้มาตรการ QE ก็เป็นไปได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ เช่น อัตราคนว่างงานลดลง เป็นต้น

            ถ้าเป็นเช่นดังว่า ก็จะส่งผลให้สภาพคล่อง หรือเม็ดเงิน ที่เคยหมุนเวียน อยู่ในระบบการเงินของโลกทั้งหมด ค่อยๆลดน้อยลงไป โดยเฉพาะตลาดหุ้น ของหลายๆประเทศ รวมทั้งไทยด้วย ก็จะไม่คึกคักอีกต่อไป ในหน้ากระดานก็จะมีแต่สีแดงมากกว่าสีเขียว ปรากฏให้เห็นต่อไป

            เงินทุนไหลออกมากๆ ค่าเงินบาทก็จะอ่อนลงไป คือเงินเหรียญเริ่มลดน้อยลงในตลาดการเงิน การเปลี่ยนเป็นเงินบาท ต้องใช้เงินบาทมากขึ้น ช่วงปลายปี 2556 เคยตกลงไปถึง 33.4 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ก็ได้ค่อยๆ ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ขณะที่เขียนต้นฉบับ อยู่ที่ 32.7 ถึง 33บาทต่อเหรียญ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างประมาณ 60 ถึง 70 สตางค์ต่อเหรียญ ซึ่งเราต้องนำเข้าสเตนเลสจากต่างประเทศ 100% เพราะเราผลิตเองไม่ได้ อัตราแลกเปลี่ยนจึงมีส่วน ทำให้เราคาขึ้นหรือลง โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน