สเตนเลสแท้   สเตนเลสเทียม

 

อดิศักดิ์  แจ่มจิราศัย

 วันที่  22  กรกฎาคม  พ.ศ. 2559

            คำทั้งสองนี้  เป็นที่ถกเถียงกันมา  เป็นเวลาอันยาวนาน  ไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี  ไม่เพียงแต่  ผู้ที่อยู่ในวงการสเตนเลส  คือ  ผู้ที่มีอาชีพ  รับจ้างทำ  หรือแม้แต่ผู้ขาย  รายใหญ่  รายย่อย  ตลอดจนชาวบ้านทั่วไป  ที่เริ่มรู้จักเลือกใช้สเตนเลส  มาทำประตูรั้วบ้าน  ราวบันได  ราวกันตก  ตลอดจนเครื่องใช้ในครัวเรือน  ต่างก็ยังไม่มีความรู้ที่แท้จริง  หรือเข้าถึงสเตนเลส  และเท่าที่รับฟังมาแล้วเนิ่นนาน  สิ่งหนึ่งที่เชื่อมั่น  และคิดว่า  สเตนเลสแท้  ต้องไม่เป็นสนิม  เสมือนหนึ่งเชื่อว่า  ทุกๆเช้า  ดวงอาทิตย์จะต้องขึ้นทางทิศตะวันออก  นั้นก็ไม่ผิด  แต่ดวงอาทิตย์หรือตะวัน  ไม่ได้ขึ้นตรงจุดนั้น  ตลอดเดือน  ตลอดปี  ตะวันก็จะเคลื่อนย้ายไปตามฤดูกาล

            ฉันใดฉันนั้น  วันเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา  โลกมีการพัฒนาเจริญขึ้นในทุกๆด้าน  ในด้านโลหะวิทยาก็เช่นเดียวกัน  มีการคิดค้นพัฒนา  เกรดสเตนเลสใหม่ๆออกมา  เพื่อสนองความต้องการของผู้ใช้  และในฐานะที่ท่าน  มีส่วนได้ส่วนเสียกับสเตนเลส  ขอความกรุณาสละเวลา  ทำความเข้าใจ  เรื่องสเตนเลส  ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า  จะยังประโยชน์ต่อท่าน  และวงการสเตนเลส  ไม่มากก็น้อย

            สเตนเลสแท้  แม่เหล็กดูดไม่ติด  คำๆนี้  รู้กันโดยทั่วไป  ในหมู่ผู้ซื้อ  ผู้ขายสเตนเลส  เป็นวลีที่ติดปากติดใจ  กันแทบทุกคน  ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสเตนเลส  เป็นเวลายาวนานกว่า 30 ปี  แต่จะมีใครสักคนไหม  ที่เกิดความแปลกใจว่า  คำๆนี้  มีความเป็นมาอย่างไร  หรือคำๆนี้  มันก่อกำเนิดจากเหตุการณ์อะไร  ที่แน่ๆก็คือ  จากปากต่อปาก  และเป็นการพิสูจน์สเตนเลส  วิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง  โดยไม่ต้องยุ่งยาก  เพียงแต่  นำแม่เหล็กมาหนึ่งชิ้น  แล้วกดแนบกับสเตนเลส  ไม่ว่า  จะเป็นแผ่น  ท่อ  แป๊บ ฯลฯ  ถ้าหากแม่เหล็กดูดไม่ติด  ก็ให้ตัดสินว่า  เป็นสเตนเลสแท้  ถ้าแม่เหล็กดูดติด  ก็แสดงว่าเป็นสเตนเลสเทียม  หรือเกรดไม่ถึง  อาจเป็นสนิมได้  เราก็ปฏิบัติหรือเชื่อกันมาอย่างนี้  ชั่วนาตาปี  นานจนจำไม่ได้  ว่ากี่ปี

            ด้วยเหตุดังกล่าวข้างต้น  ผมใช้เวลาอยู่นาน  จนเวลาล่วงเลยมากว่าสิบปี  กว่าจะตัดสินใจได้ว่า  ถึงเวลาแล้ว  ที่จะต้องเขียนถึงเรื่องราว  หรือเล่าถึงความหลัง  ที่มาของคำว่า     สเตนเลสแท้  แม่เหล็กดูดไม่ติด  เสียที  เพราะด้วยวัยที่สูงมากขึ้นทุกวัน  หากว่าวันหนึ่ง  ตื่นนอนตอนเช้า  ความจำทั้งหลายถูกลบไปจากสมอง  เสมือนหนึ่ง  ทีวีจอดำ  เปิดติดแต่ไม่มีภาพ  ถึงขั้นนั้นแล้ว  จะนึกเสียดาย  ที่ไม่ได้นำเสนอ  ประวัติ  และประสบการณ์ที่ผ่านมา  โดยเฉพาะช่วงเวลาที่  เริ่มต้นบุกเบิกทำธุระกิจสเตนเลส  ในส่วนตัวมองว่า  บางเรื่องบางช่วงบางตอนน่าจะเป็นที่สนใจ  ของผู้อ่านได้  พร้อมกันนี้  ต้องขอเรียนให้ทราบว่า  ผมมิได้มีจุดประสงค์อวดอ้างตัวเอง  ว่าเป็นคนดี  คนเก่ง  ผมเป็นเพียงปุถุชนคนสามัญ  เป็นมนุษย์ผู้ชายคนหนึ่งที่  มิได้วิเศษเลิศล้ำกว่าใคร  เป็นเหมือนท่านทั้งหลาย  ที่ยังตกอยู่ในบ่วงกรรม  ยังไม่อาจตัดแล้วซึ่งกิเลส  ยังมีความอยากได้  ใคร่ดี  ทำถูกบ้าง  ผิดบ้าง  เพียงแต่ให้ผิดน้อยที่สุดเป็นพอ

            และในการนี้  ผมตั้งใจอย่างแน่วแน่  ที่จะพยายามเขียน  ให้อ่านได้เข้าใจง่ายที่สุด  โดยใช้คำพูดพื้นๆ  และนำเสนอแต่เรื่องที่อยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง  บางเรื่องอาจจะเนิ่นนาน  ผ่านเวลากว่าห้าสิบปี  ย่อมไม่ชัดเจน  เหมือนเรื่องที่ผ่านมาไม่นานนัก  แต่อดีตย่อมไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้  นอกจากนำเอาอดีตมาเป็นประโยชน์  นำมาเป็นบทเรียน  หรือเพียงเพื่อรับทราบว่า  ได้เกิดเหตุการณ์นั้นๆขึ้น

            สถานการณ์พาไป 

            ขอเรียนให้ทราบว่า  ก่อนที่ผมจะมาจับงานสเตนเลส  และยึดเป็นอาชีพ  เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง  เป็นเวลาสามสิบกว่าปี  จวบจนปัจจุบัน  ก่อนหน้านั้น  ผมก็เป็นเถ้าแก่  มีคนงานเพียงห้าหกคน  เป็นผู้รับเหมาช่วง  งานเชื่อมเหล็กสารพัด  เช่น  ประตูเหล็ก  ฝาท่อระบายน้ำ  โครงสร้างเหล็ก  เรียกว่างานเล็กงานใหญ่  ที่เกี่ยวกับเชื่อมๆ อ๊อกๆ เรียกใช้ได้          

            คงจะประมาณก่อนปีพุทธศักราชสองพันห้าร้อยยี่สิบ  ส่วนปีใดจำไม่ได้  ภายหลังจากเสร็จงาน  รับเชื่อมท่อน้ำมัน  ขนาดสิบสองนิ้ว  ยาวเกือบสิบกิโลเมตร  ที่โครงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบางปะกง  ผู้รับเหมาคือ  บริษัท  สิทธิชัยเอนจิเนียริ่ง  จำกัด  ก็ได้เสนองานทำราวบันได  และราวกันตก  ทองเหลือง  ที่บางปะกงเช่นเดียวกัน  ทั้งๆที่งานทองเหลือง  เกิดมายังไม่เคยทำ  ก็ยังหาญกล้าไปรับงานชิ้นนี้มา  ด้วยค่าแรงเพียงสองหมื่นกว่าบาท

            เมื่อหวนคิดไปแล้ว  อาจเป็นเพราะว่า  กลัวจน  กลัวไม่มีจะกินจะใช้  จึงทำให้   มองทุกสิ่งเป็นโอกาส  ดังนั้น  จึงได้รับปากจะทำงานชิ้นนี้  ซึ่งคิดเพียงแต่ว่า  ราวบันไดนั้น  เราเคยทำมานักต่อนักแล้ว  หรือแม้แต่บันไดเวียนก็ยังเคยทำออกบ่อยๆไป  ซึ่งหารู้ไม่ว่า  สิ่งที่คิดนั้น  ถูกเพียงครึ่งเดียว  ส่วนอีกครึ่งนั้นได้สร้างปัญหาให้อย่างมากมาย  แต่ก็ดี  ที่ไม่ได้ยอมแพ้กับปัญหาหรือทิ้งงานไป  ซึ่งหากยอมแพ้จากงานนี้  กล้าพูดได้ว่า  วันนี้ไม่มี  บริษัท เกรทเซ็นทรัล  อย่างแน่นอน

            ดังนั้น  งานนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้น  และจุดเปลี่ยน  หรือจะเรียกว่าอะไรก็ช่าง  ซึ่งผมจะได้  ค่อยๆทบทวน  เรื่องราวต่างๆ  และจะได้ถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือต่อไป  ให้สมดังคำพังเพยที่ว่า  กินของขม  ชมสาวๆ  เล่าความหลัง ”  ซึ่งเป็นอาการของผู้สูงวัยอย่างแท้จริง

            อันที่จริง  ในเรื่องการเขียนอรรถประวัติส่วนตัวนั้น  เคยมีความคิดอยู่เป็นเนืองๆ  แต่ติดขัดด้วยเวลาหนึ่ง  ความเหมาะสมหนึ่ง  ที่สำคัญคือ  ในตลาดหนังสือนั้น  เคยได้มีการตีพิมพ์อยู่เสมอๆ  ทั้งหลายทั้งปวง  ล้วนแล้วแต่เป็นชีวประวัติของ  ผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วในชีวิต  ในตำแหน่งหน้าที่การงาน  มีความร่ำรวยระดับเจ้าสัว  มีสินทรัพย์นับหมื่นนับแสนล้าน  หันมองดูตัวเอง  ก็ยังไม่เป็นโล้เป็นพาย  เป็นได้แต่เพียงเป็ดน้อย  ที่ว่ายน้ำก็ได้  แต่ก็ไม่เก่งเท่าปลา  บินก็ได้  แต่บินได้ไม่ไกลเท่านก  เดินก็ได้  แต่ก็เดินอย่างตุปัดตุเป๋  สินทรัพย์ก็ไม่มี  มิหนำซ้ำ  ยังเป็นหนี้ธนาคารหลายแห่ง  นับรวมกว่าพันล้านบาท

            อย่างไรก็ตาม  ผมก็อดที่จะตะแบง  คิดเข้าข้างตัวเองว่า  ทุกๆสิ่งในโลกนี้  ล้วนมีสองด้าน  หรือมากกว่านั้น  ก็ในเมื่อหนังสือในตลาด  ล้วนแล้วแต่เขียนจากเรื่องจริง  ของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต  เราจะเป็นคนแรก  ที่เขียนถึง  ทำอย่างไรจึงล้มเหลว  ทำอย่างไร  หนี้สินจึงได้เพิ่มพูน  ไม่ใช่ให้ผู้อ่าน  เอาไปเป็นตัวอย่าง  แต่ให้ผู้ที่ได้อ่าน  นำไปเป็นข้อคิด  ข้อเตือนใจ  มันมีตัวอย่างแล้วนะ  ถ้าทำอย่างนี้  มีหนี้สินมากล้นพ้นตัวแน่นอน  ถ้าท่านอยากเลือก  วิถีแบบผม  ห้ามทำตามหรือลอกเรียนแบบโดยเด็ดขาด เป็นความสามารถเฉพาะตัว  โปรดพิจารณาก่อนตัดสินใจ                                                      

            และวันนี้  ก็เป็นบันทึกความทรงจำบทแรก  ที่จะได้สู่สายตาท่าน  ติติงมาได้นะครับ  ผมจะน้อมรับไว้ด้วยความขอบคุณ  ในทุกๆคำแนะนำ  ซึ่งถือว่า  เป็นกำลังใจ  ดีกว่าที่  หนังสือนี้  พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพผม  ขอขอบพระคุณ  ในการติดตามของท่าน  และในตอนต่อๆไป